บุคคลทั่วไป

ลงทะเบียนหรือเข้าสู่ระบบ

ทั้งหมด

อันดับนิยม

บอร์ด หัวข้อ กระทู้
General Discussion ใหม่ 3 3

สถิติ

จำนวนสมาชิกทั้งหมด: 2
จำนวนตอบกระทู้ทั้งหมด: 3
จำนวนหัวข้อทั้งหมด: 3
จำนวนหมวดหมู่ทั้งหมด: 2
จำนวนบอร์ดทั้งหมด: 1
ทั้งหมด

กระทู้ยอดนิยม

อ่าน ตอบ
Welcome to SMF! 63204 0
เทสระบบ 698 0
เทสยาวๆ 686 0

ถาม-ตอบยอดฮิต

เทสยาวๆ

  • 0 ตอบ
  • 686 อ่าน

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • 2
    • ดูรายละเอียด
เทสยาวๆ
« เมื่อ: มิถุนายน 29, 2019, 10:25:32 AM »
    กระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV : Electric Vehicle) ในบ้านเรา กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหลังจากค่ายรถ "เอ็มจี" เปิดตัว New ZS EV รถไฟฟ้าที่ให้กำลังระดับ 150 แรงม้า ในราคาหนึ่งล้านต้นๆ ส่งผลให้เรื่องของการชาร์จไฟ และความประหยัดถูกจับตาอีกครั้ง ว่ารถ EV อาจไม่ใช่ของเล่นเศรษฐีอีกต่อไป

รถ EV ประหยัดแค่ไหน

     แน่นอนว่านอกจากเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ประเด็นสำคัญของรถ EV คือค่าใช้จ่ายที่จะถูกลงหลายเท่าตัวจากการใช้รถยนต์ในรูปแบบเดิม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปกติรถยนต์โดยทั่วไป เติมน้ำมันเต็มถังจะอยู่ราว 1,000-1,500 บาท ซึ่งวิ่งได้ประมาณ 400-600 กิโลเมตร

     แต่หากเป็นรถ EV มีการคำนวนคร่าวๆถึงการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ราวๆ 180-200 บาท และรถวิ่งได้ในระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร นั่นเท่ากับว่า จะประหยัดค่าพลังงานจากเดิมเกือบ 3 เท่าตัวเลยทีเดียว

      นอกจากนี้ เมื่อรถ EV ไม่มีเครื่องยนต์แล้ว นั่นเท่ากับว่า ในการนำรถเข้าบำรุงรักษาตามระยะทาง เราจะไม่ต้องเสียค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอีกต่อไป รวมถึงส่วนที่เป็นของเหลวและอะไหล่ทั้งหมด อาทิ หัวเทียน น้ำมันเกียร์ กรองเชื้อเพลิง เป็นต้น ซึ่งมีการประเมินกันว่า รถ EV จะเสียค่าบำรุงรักษาไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตลอดหนึ่งแสนกี่โลเมตรแรกเท่านั้น
    กระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV : Electric Vehicle) ในบ้านเรา กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหลังจากค่ายรถ "เอ็มจี" เปิดตัว New ZS EV รถไฟฟ้าที่ให้กำลังระดับ 150 แรงม้า ในราคาหนึ่งล้านต้นๆ ส่งผลให้เรื่องของการชาร์จไฟ และความประหยัดถูกจับตาอีกครั้ง ว่ารถ EV อาจไม่ใช่ของเล่นเศรษฐีอีกต่อไป

รถ EV ประหยัดแค่ไหน

     แน่นอนว่านอกจากเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ประเด็นสำคัญของรถ EV คือค่าใช้จ่ายที่จะถูกลงหลายเท่าตัวจากการใช้รถยนต์ในรูปแบบเดิม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปกติรถยนต์โดยทั่วไป เติมน้ำมันเต็มถังจะอยู่ราว 1,000-1,500 บาท ซึ่งวิ่งได้ประมาณ 400-600 กิโลเมตร

     แต่หากเป็นรถ EV มีการคำนวนคร่าวๆถึงการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ราวๆ 180-200 บาท และรถวิ่งได้ในระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร นั่นเท่ากับว่า จะประหยัดค่าพลังงานจากเดิมเกือบ 3 เท่าตัวเลยทีเดียว

      นอกจากนี้ เมื่อรถ EV ไม่มีเครื่องยนต์แล้ว นั่นเท่ากับว่า ในการนำรถเข้าบำรุงรักษาตามระยะทาง เราจะไม่ต้องเสียค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอีกต่อไป รวมถึงส่วนที่เป็นของเหลวและอะไหล่ทั้งหมด อาทิ หัวเทียน น้ำมันเกียร์ กรองเชื้อเพลิง เป็นต้น ซึ่งมีการประเมินกันว่า รถ EV จะเสียค่าบำรุงรักษาไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตลอดหนึ่งแสนกี่โลเมตรแรกเท่านั้น

     กระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV : Electric Vehicle) ในบ้านเรา กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหลังจากค่ายรถ "เอ็มจี" เปิดตัว New ZS EV รถไฟฟ้าที่ให้กำลังระดับ 150 แรงม้า ในราคาหนึ่งล้านต้นๆ ส่งผลให้เรื่องของการชาร์จไฟ และความประหยัดถูกจับตาอีกครั้ง ว่ารถ EV อาจไม่ใช่ของเล่นเศรษฐีอีกต่อไป

รถ EV ประหยัดแค่ไหน

     แน่นอนว่านอกจากเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ประเด็นสำคัญของรถ EV คือค่าใช้จ่ายที่จะถูกลงหลายเท่าตัวจากการใช้รถยนต์ในรูปแบบเดิม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปกติรถยนต์โดยทั่วไป เติมน้ำมันเต็มถังจะอยู่ราว 1,000-1,500 บาท ซึ่งวิ่งได้ประมาณ 400-600 กิโลเมตร

     แต่หากเป็นรถ EV มีการคำนวนคร่าวๆถึงการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ราวๆ 180-200 บาท และรถวิ่งได้ในระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร นั่นเท่ากับว่า จะประหยัดค่าพลังงานจากเดิมเกือบ 3 เท่าตัวเลยทีเดียว

      นอกจากนี้ เมื่อรถ EV ไม่มีเครื่องยนต์แล้ว นั่นเท่ากับว่า ในการนำรถเข้าบำรุงรักษาตามระยะทาง เราจะไม่ต้องเสียค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอีกต่อไป รวมถึงส่วนที่เป็นของเหลวและอะไหล่ทั้งหมด อาทิ หัวเทียน น้ำมันเกียร์ กรองเชื้อเพลิง เป็นต้น ซึ่งมีการประเมินกันว่า รถ EV จะเสียค่าบำรุงรักษาไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตลอดหนึ่งแสนกี่โลเมตรแรกเท่านั้น